{OC} วันคริสต์มาสของพีโอนี

posted on 27 Dec 2014 19:36 by jk-clockwalker

 เพลงประกอบค่ะ <3

 

“ท่านจะรู้หรือเปล่านะว่าทำไมข้าจึงเป็นแค่เซนต์ฝึกหัดตลอดไป”

หญิงสาวคลุมผ้าคลุมสีขาวที่มีฮู๊ดบดบังตัวของนางตลอดทั้งร่าง เรียวเท้าเหยียบย่ำลงบนพื้นสีขาวที่ยวบลงตามน้ำหนัก หิมะที่ราวกับจะพรางตัวนางเอาไว้ได้ สายตาจ้องมองวิหารที่สง่างามตรงหน้าด้วยท่าทางคุ้นเคยรอยยิ้มปรากฎขึ้นบนปากเรียวเล็กของเจ้าหล่อน

......

“ข้าสบายใจเหลือเกินที่ท่านยังปกป้องข้า แม้ท่านจะไม่ได้อยากกระทำเช่นนั้นแม้แต่น้อย แม้ท่านจะเพียงกระทำหน้าที่ของอาจารย์ที่จำต้องปกป้องศิษย์น้อยคนนี้”

 

 “ข้าอยากอยู่เคียงข้างท่านแบบนี้ตลอดไป อยากเป็นเพียงเด็กน้อยผู้โง่เขลาในอาณัติของท่าน”

…..

“เพียงแต่สภาพของข้าในตอนนี้มิอาจอยู่เคียงข้างท่านได้อีกต่อไป ในวันเกิดครบ 25 ปีของข้าที่ผ่านมา”

หญิงสาวลดผ้าคลุมศีรษะลงเผยให้เห็น เรือนผมกับดวงตาสีไร้สีสัน เรือนร่างซีดเผือด

หยาดน้ำใสไหลออกจากดวงตานั้นอย่างเศร้าสร้อย

“ท่านอาจารย์....”

คอสโม่ทะมึนเริ่มชัดเจนขึ้นทุกที

“หากเจอกันในสงครามท่านจะ....ฆ่าข้ารึเปล่า”

.

.

.

ใจดวงนี้ ดวงใจดวงนี้มันเต้นรัวทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าท่าน

 

“เป็นเพราะดวงใจดวงนี้ ... อยากให้ท่านชำระล้างมันให้ขาวให้บริสุทธิ์เช่นเดียวกับที่สภาพต้องสาปของข้าในตอนนี้”

.

.

“อยากร้องตะโกนเช่นนี้ออกไปเหลือเกิน แต่ในฐานะลูกศิษย์ข้ามิอาจสร้างภาระให้ท่านมากกว่านี้”

หญิงสาวคลุมผ้านั้นกลับที่เดิมแล้วหันหลังให้กับวิหารตรงหน้า

“ข้าจะกลับมา .... ในวันที่ข้าชนะชะตากรรมของตน”

 

รอยยิ้มที่เศร้าสร้อยปรากฏขึ้นอีกครั้ง

 

“ข้าทำได้เพียงหวังว่าท่านจะยังจำข้าได้ในตอนที่ข้ากลับมา .... ท่านอาจารย์”

ไม่ทันที่หญิงสาวจะก้าวไปต่อมากกว่านั้น ดวงตาพลันเบิกกว้างเมื่อเจอผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิต ที่รับเจ้าหล่อนมาเลี้ยง

เรือนผมสีนภาสลวย นัยน์ตาสีอเมทิสต์จ้องมองหญิงสาวตรงหน้า

 

“เจ้าไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น...’พีโอนี’ ”

เจ้าของเสียงพูดขึ้นพร้อมรุกเท้าเดินเข้าหาอีกฝ่าย

 

“ข้าจะหยุดเจ้าไว้ตรงนี้ ต่อให้นั้นหมายถึงข้าต้องทำลายเรือนร่างของลูกสาวอีกคนที่ข้ารัก ทำลายวิญญาณที่ข้าแสนหวงแหนของนางที่อยู่ตรงหน้านี้”

คอสโม่รอบชายหนุ่มพลุ่งพล่านขึ้นจนแม้แต่คนธรรมดาคงจะสัมผัสได้

 

“ท่านพ่อ ไม่เอา ท่านพ่ออย่าเข้ามานะคะ ... ข้า ข้าสกปรก ข้าสกปรกเกินกว่าจะยืนบนผืนดินที่พวกท่านปกป้อง อึก อย่า อย่าเข้า..”

เรียวขาที่ถอยไปจนก้าวไม่ออกอีกต่อไปนั่งลงตรงนั้นอย่างอ่อนแรง

มือเรียวของชายหนุ่มลูบลงบนศีรษะของลูกสาวบุญธรรมของเขาอย่างอ่อนโยน

 

“ข้าจักมิให้เจ้าก้าวออกจากที่นี้แม้ก้าวเดียว หากเจ้าไม่บอกลาอาจารย์ของเจ้า...”

 

ทันใดนั้นเจ้าของเรือนผมสองสีก็ค่อยๆเดินลงมาพร้อมกับเกราะสีทอง ดวงตาที่หรี่ตลอดเวลามองพี่สาวของตน

“ข้าว่าอาจารย์มีสิทธิ์ที่จะรู้เรื่องของลูกศิษย์ของตน... พี่ข้า ท่านจงทำตามที่ดวงใจปรารถนาเถิด จักไปที่ไหนจักหนีไปไกลเพียงใดก็ตามแต่ใจเจ้า แม้ร่างนี้ของข้ามันอยากจะสวมกอดท่านไว้ มันอยาก...รั้งท่านไว้เพียงใด ข้าจักไม่ทำ....”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนดวงหน้าของนาง

 

“เพียงแต่...ท่านควรบอกอาจารย์ของท่าน อย่างที่ท่านไว้ใจข้าท่านพ่อ และท่านพี่คาสเซนเทียร์...ไปเถิดท่านพี่พีโอนี”

เจ้าของเรือนผมไร้สีสันลุกขึ้นและยิ้มอย่างมีความสุข

“อื้อ ข้าจะไปพบเขา พบท่านอาจารย์ที่ข้าเคารพ”

ก่อนหน้านี้...ข้าหวาดหลัวเหลือเกิน

ข้ากลัว

กลัวอาจารย์ที่แสนดี จักรังเกียจข้า

ข้าคงรับไม่ได้หากท่านเกลียดข้าและพลังอันโสมมที่มาพร้อมกับโชคชะตา ที่ติดตามดวงวิญญาณที่แปดเปื้อนของข้า

แต่บัดนี้

ข้าเลือกที่จะเชื่อใจพวกเขาที่ข้าเรียกว่าครอบครัว

ข้าจักลอง

จักลองเสี่ยงกับความรู้สึกโง่งมนี้

.

.

ข้าจักบอกท่าน...

.

.

ท่านอาจารย์!!

 

รอยเท้าเล็กหยุดอยู่หน้าวิหารที่คุ้นเคย

หญิงสาวพ่นลมอุ่นออกมาท่ามกลางบรรยากาศหนาวเหน็บและขยับปากขึ้น

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

แล้วก็ปิดลง

 

“มะ ไม่เอางะ บ้าไปแล้วข้าจะไปพูดเรื่องแบบนั้นได้ยังไงกัน”

เธอหันไปมองน้องสาวในคลอธสีทอง ในขณะที่ตอนนี้เจ้าของเรือนผมสองสีเอาฝ่ามือตีหน้าผากตัวเองจนเกิดเสียงดัง

“ฮะๆๆๆ เอาเถอะคิดไว้อยู่แล้วละว่าเจ้าคงทำไม่ได้”

เจ้าของเรือนผมสีนภาจ้องมองลูกสาวบุญธรรมอย่างเอ็นดู

“’งั้นเรากลับวิหารกันก่อนแล้วหากวันใดที่เจ้าพร้อมเจ้าค่อยมา”

ทั้งสามเดินกลับไปยังวิหารที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน เดินกลับมาหาหญิงสาวอีกคนที่รออยู่ที่นั่นและอยู่ด้วยกันจนกว่าเจ้าของเรือนผมไร้สีสันนั้นจะพร้อม

กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปจนจะเข้าเทศกาลคริสต์มาส

ในวันที่ 24 ธันวาคม

“ข้าอยากเลี้ยงกวางสักตัวจัง....”
เจ้าของผมไร้สีพูดขึ้นในขณะที่ทุกคนกำลังทานอาหาร นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้เป็นพ่อถึงกับสำลัก พี่สาวมองด้วยสายตานิ่งเฉยราวกับว่าอีกคนไม่มีทางได้เลี้ยงและน้องสาวก็ทานต่อโดยไม่แม้แต่จะหยุดฟังเจ้าหล่อน

“ท่านพ่อคะ ข้าเลี้ยงไม่ได้หรอ”

ก่อนที่ผู้เป็นจะได้ทันอ้าปากตอบพี่สาวผู้มีเรือนผมสีโอลด์โรสก็พูดขึ้นมาซะก่อน

“เจ้าจะบ้าหรือไงพีโอนี”

เธอหรี่ตาแล้วพูดต่อ

“นึกอะไรจะเลี้ยงกวางขึ้นมานี่ไม่ใช่สัตว์ที่จะเลี้ยงตามบ้านทั่วไปเลยนะ”

เจ้าของความคิดรีบตอบทันควัน

“ก็บ้านเราเป็นวิหารนี่คะไม่ใช่บ้านทั่วไปซะหน่อย”

เมื่อเจ้าน้องสาวคนกลางตอบเช่นนั้นเจ้าพี่คนโตก็ถึงกับอึ้งและมีอารมณ์โกรธปะปนไปบ้างในขณะที่ผู้เป็นพ่อหัวเราะให้กับบทสนทนาของลูกสาวบุญธรรมทั้งสอง ก่อนเจ้าของวิหารที่พึ่งรับตำแหน่งไม่นานจะพูดขึ้น

“อะไรที่ทำให้พี่คิดอยากจะเลี้ยงกวาง...”

เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเรียบง่ายและเงียบสงบก่อนจะต้องสะดุดเมื่อได้ยินคำตอบ

“กวาง....ขนมันเหมือนสีผมของข้าก่อนที่ข้าจะเป็นแบบนี้ ที่ข้าเคยเห็นมันมีดวงตาสีฟ้า .... เหมือนสีดวงตาของข้าก่อนที่ข้าจะเป็นเช่นนี้....”

เสียงสั่นเครือของหญิงสาวดังขึ้นพร้อมน้ำตาทำเอาคนร่วมโต๊ะอาหารทุกคนเงียบนิ่ง เธอลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารของที่บ้านกลับไปนอนบนเตียงใหญ่ที่มักจะนอนกับพี่สาวและน้องสาว ล้มตัวลงอย่างอ่อนแรงไม่แม้แต่จะอาบน้ำหรือเปลี่ยนชุดร้องไห้จนเผลอหลับไป
ในตอนเช้าของวันที่ 25 ธันวาคม เธอก็ต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังเอะอะโวยวายของคนทั้งบ้าน เมื่อเปิดประตูออกไปก็เจอกับหมีแพนด้าสามตัวกับลังช่วยกันจับอะไรบางอย่างซึ่งมันดูจะไม่โอเคเลย

“ท่านพ่อ ท่านพี่.... แคโรล พวกท่านไปทำอะไรกันมา ใต้ตานั่น”

ไม่ทันสิ้นเสียงดีของที่เจ้าหมีแพนด้าสามตัวช่วยกันจับจู่ๆก็พุ่งมาทางเจ้าของเสียง เธอเอาผ้าที่คลุมมันอยู่ออกและเห็นว่าเป็นลูกกวางตัวผู้ที่กำลังมีเขาเล็กๆนั้นถูกจับใส่จมูกสีแดงให้เข้ากับเทศกาล

“นี่มัน...เพื่อข้าหรอ...”

เธอยิ้มและอุ้มมันไว้ในขณะที่เจ้าลูกกวางรู้สึกอบอุ่นและเชื่องกับสาวตรงหน้าอย่างง่ายดาย

“เพื่อเติมเต็มสีผมและดวงตาไร้สีของข้า”

เธอโอบกอดลูกกวางไว้ด้วยความดีใจ และเสียงเรียบนิ่งของสาวนางหนึ่งก็ดังขึ้น

“ไร้สีสัน? ข้าว่าเหมือนสีของน้ำนมมากกว่านะ”

ในขณะที่เจ้าของเรือนผมที่ถูกพูดถึงกำลังตกใจรอยยิ้มของทุกคนในบ้านก็ถูกส่งให้เธอเสียแล้ว เธอกลับมายิ้มอีกครั้งและทันใดที่รอยยิ้มนั้นปรากฏบนหน้าของหญิงสาวผมสีน้ำนมเจ้าแพนด้าสามตัวก็พร้อมใจกันนอนทันใด และไม่ทันที่พีโอนีจะได้ดูแลทั้งสามคนเจ้าลูกกวางจอมซนที่รู้สึกมีความสุขกับครอบครัวใหม่ก็กระโดดลงจากอ้อมแขนของนางวิ่งออกไปนอกวิหารอย่างรวดเร็วและร่าเริง

“อ๊ะ ไม่ได้นะ!! เจ้ากวางน้อย”

คนเดียวที่ตื่นอยู่รีบวิ่งไปไล่ตามเจ้ากวางของตนไป และพยายามจับเท่าไหร่ก็จับไม่อยู่สักที

 

“นี่หยุดก่อนสิ พวกเรายังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอกนะ”

จู่ๆเจ้ากวางตัวน้อยก็หยุดและนอนลงซะอย่างงั้นทำให้หญิงสาวอุ้มมันขึ้นมาได้แต่ทันที่รู้ตัวก็มาหยุดอยู่หน้าวิหารที่คุ้นเคยซะแล้ว

“ที่นี่...เป็นที่ๆข้าเคยมาฝึกวิชา .... เจ้าอยากเข้าไปหรอ”

เจ้ากวางน้อยตอบรับคำพูดของหญิงสาวเชิงออดอ้อนให้พาเข้าไปข้างใน

“….วันคริสมาส ทุกคนคงจะกลับบ้านกัน ท่านอาจารย์เองก็คงกลับไปหาน้องสาว ก็ได้ งั้นเราไปดูข้างในกันนะ”

..........ก้าวแรกของการกลับมา เรียวเท้าบางก้าวเข้าไปในวิหารด้วยสายตาคิดถึง.......

 

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมดและแต่งขึ้นจากความว๊อนท์ของ ผปค. ล้วนๆค่ะ 555+

Comment

Comment:

Tweet